# ส่ง In-App แบบทันที

<Aside type="tip">
สำหรับโฟลว์อัตโนมัติที่รวม In-App กับ push, email และช่องทางอื่นๆ ให้ใช้ [Customer Journey](/th/product/messaging-channels/in-apps/send-in-apps/send-in-apps-via-customer-journey/) แทน
</Aside>


Instant in-apps จะส่งข้อความไปยังผู้ใช้ทันทีที่มีการกระทำที่ระบุเกิดขึ้นภายในแอป ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่ผู้ใช้จะเห็นข้อความให้ได้มากที่สุด

ในการส่งข้อความ In-App ผ่านแคมเปญ In-App:

1. ไปที่ **Campaigns** ใน Pushwoosh Control Panel
2. เลือก **Instant in-apps**
3. คลิก **Create in-app** เพื่อตั้งค่าแคมเปญใหม่

<img src="/in-apps-sending-in-apps-7.webp" alt="ภาพหน้าจอแสดงส่วน Instant in-apps โดยเน้นปุ่ม Create in-app"/>

## กำหนดเนื้อหาครีเอทีฟ

### เลือกแบนเนอร์ In-App

ในช่อง **IN-APP BANNER** ให้เลือกเทมเพลต In-App ที่มีอยู่จากรายการ หรือคลิก **Create new** เพื่อเปิดหน้าต่าง **Add new template** โดยไม่ต้องออกจากตัวช่วยสร้างแคมเปญ

<img src="/in-apps-sending-in-apps-8.webp" alt="ภาพหน้าจอแสดงเมนูดรอปดาวน์การเลือกหน้า Rich Media พร้อมเทมเพลต In-App ที่มีอยู่"/>

#### สร้างเทมเพลต In-App

1. ในหน้าต่าง **Add new template** ให้ป้อนชื่อ
2. เลือกวิธีสร้างเนื้อหา:

   * **Create new template:** สร้างข้อความในตัวแก้ไข In-App ที่มีในตัว
   * **Upload ZIP:** อัปโหลดข้อความ In-App แบบ HTML ที่สร้างไว้แล้ว
   * **Create native rich media:** สร้างข้อความ In-App แบบเนทีฟ

   <img src="/in-apps-sending-in-apps-29.webp" alt="หน้าต่าง Add new template ที่เลือก Create native rich media และตั้งค่า Display type เป็น modal"/>

3. หากคุณเลือก **Create native rich media** ให้เลือก **Display type** (**modal**, **fullscreen** หรือ **stories**)
4. คลิก **Add template**
5. ดำเนินการต่อด้วยตัวเลือกที่คุณเลือกด้านล่าง

##### สร้างเทมเพลตใหม่

ตัวแก้ไขที่มีในตัวจะเปิดเต็มหน้าจอทับตัวช่วยสร้างแคมเปญ [เรียนรู้วิธีสร้างข้อความ](/th/product/content/in-apps/no-code-in-app-editor/create-rich-media-in-the-built-in-editor/)

บันทึกเทมเพลต จากนั้นคลิก **Back** เพื่อกลับไปยังตัวช่วยสร้างแคมเปญ เทมเพลตจะถูกเลือกโดยอัตโนมัติ

##### อัปโหลด ZIP

ไฟล์ ZIP จะกลายเป็นเนื้อหา In-App ทันที จะไม่มีตัวแก้ไขเปิดขึ้นมา หลังจากอัปโหลดถูกต้องแล้ว จะมีตัวอย่างบนอุปกรณ์ปรากฏขึ้น และไฟล์ ZIP จะถูกบันทึกไว้ใต้แท็บ **Rich Media** ใน Control Panel สำหรับรูปแบบ ZIP โปรดดูที่ [ไวยากรณ์เทมเพลต Rich media](/th/developer/guides/content/rich-media-templates-syntax/)

##### สร้าง Rich Media แบบเนทีฟ

ตัวแก้ไขแบบเนทีฟจะเปิดเต็มหน้าจอทับตัวช่วยสร้างแคมเปญ [เรียนรู้วิธีสร้างข้อความ](/th/product/content/in-apps/create-native-in-app-messages/)

บันทึกเทมเพลต จากนั้นคลิก **Back** เพื่อกลับไปยังตัวช่วยสร้างแคมเปญ เทมเพลตจะถูกเลือกโดยอัตโนมัติ

<Aside type="caution" title="สำคัญ">
เทมเพลต Rich Media แบบเนทีฟจะไม่ถูกบันทึกจนกว่าคุณจะบันทึกในตัวแก้ไข การปิดตัวแก้ไขก่อนบันทึกจะเป็นการยกเลิก
</Aside>


### ดูตัวอย่างข้อความ

ทางด้านขวาของหน้าจอ คุณจะเห็นตัวอย่างบนมือถือของแบนเนอร์ In-App ที่เลือก

คลิก **Next** เพื่อไปยังการตั้งค่า **Target users**

## กำหนด Audience

ใน **Target users** ให้ตั้งค่า Event ที่จะกระตุ้นข้อความและเลือกผู้ใช้ที่ควรจะเห็นข้อความนั้น

### ตั้งค่า trigger event

ใน **TRIGGER EVENT** ให้เลือก Event ที่จะเปิดข้อความ In-App การเลือกตัวกระตุ้นเป็นสิ่งจำเป็น

หากต้องการทำให้เงื่อนไขของตัวกระตุ้นเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ให้เพิ่มพารามิเตอร์ของ Event:

1. คลิก **ADD ATTRIBUTE**
2. เลือกค่าใน **ATTRIBUTE**, **CONDITION** และ **VALUE**
3. เพิ่ม attribute เพิ่มเติมหากจำเป็น

<img src="/in-apps-sending-in-apps-11.webp" alt="ภาพหน้าจอแสดงการกำหนดค่า trigger event พร้อมการเลือก event และการตั้งค่า attribute"/>

### เลือกผู้ใช้ที่จะได้รับ In-App

ใน **Which users should receive this in-app?** ให้เลือกหนึ่งตัวเลือก:

* **All users with the mobile app**: ส่ง In-App ไปยังผู้ใช้แอปทุกคน
* **Users matching filters**: จำกัดการส่งไปยังผู้ใช้ที่ตรงกับเงื่อนไขที่เลือก

<img src="/in-apps-sending-in-apps-19.webp" alt="ส่วน Target users พร้อมตัวเลือกสำหรับผู้ใช้แอปทุกคนหรือผู้ใช้ที่ตรงกับฟิลเตอร์"/>

#### กำหนดค่าฟิลเตอร์สำหรับผู้ใช้เป้าหมาย

หากคุณเลือก **Users matching filters** ให้ใช้ **COMBINE FILTERS** เพื่อกำหนดค่าการกำหนดเป้าหมาย:

##### จับคู่ผู้ใช้ตามพฤติกรรม

เปิดใช้งาน **Match users by behavior** เพื่อกำหนดกฎตาม Event เลือกค่าใน **USERS WHO** และ **EVENT** จากนั้นตั้งค่าความถี่และกรอบเวลา

<img src="/in-apps-sending-in-apps-16.webp" alt="การตั้งค่าฟิลเตอร์พฤติกรรมพร้อมช่อง USERS WHO, EVENT, ความถี่ และกรอบเวลา"/>

##### ใช้ Segment ที่มีอยู่

เปิดใช้งาน **Use existing segment** เพื่อเลือก Segment ที่บันทึกไว้จากรายการ คุณสามารถคลิก **Refresh** เพื่ออัปเดตขนาดของ Segment และ **Edit segment** เพื่อตรวจสอบเงื่อนไข

<img src="/in-apps-sending-in-apps-17.webp" alt="ฟิลเตอร์ Segment ที่มีอยู่พร้อมตัวเลือก Segment, การดำเนินการรีเฟรช และตัวอย่างเงื่อนไขของ Segment"/>

##### ใช้เงื่อนไขที่กำหนดเอง

เปิดใช้งาน **Use custom conditions** เพื่อสร้างกลุ่มฟิลเตอร์ที่กำหนดเองโดยการเพิ่มเงื่อนไข

<img src="/in-apps-sending-in-apps-18.webp" alt="กลุ่มฟิลเตอร์เงื่อนไขที่กำหนดเองพร้อมเงื่อนไข Country และปุ่ม Add Filter"/>

<Aside type="note">
ในการตั้งค่านี้ ให้เลือก **Use existing segment** หรือ **Use custom conditions** เป็นแหล่ง Audience พื้นฐาน
</Aside>

## กำหนดเวลาข้อความ In-App

### กำหนดค่าการแสดงผล

ในขั้นตอน **Display settings** ให้กำหนดระยะเวลาของแคมเปญ, ไทม์โซน และการจำกัดความถี่ (frequency capping)

1. ใน **START CAMPAIGN** ให้เลือก **Immediately** หรือ **On chosen date**
2. หากคุณเลือก **On chosen date** ให้ตั้งค่าวันที่และเวลา
3. ใน **END CAMPAIGN** ให้เลือก **Never** หรือ **After chosen date**
4. หากคุณเลือก **After chosen date** ให้ตั้งค่าวันที่และเวลา

<img src="/in-apps-sending-in-apps-20.webp" alt="การตั้งค่าการแสดงผลพร้อมตัวเลือก START CAMPAIGN และ END CAMPAIGN สำหรับการทำงานทันทีหรือตามกำหนดเวลา"/>

### ตั้งค่าไทม์โซนสำหรับกำหนดการแคมเปญ

ใน **Timezone for campaign schedule** ให้เลือกไทม์โซนที่ใช้ในการตีความวันที่และเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของแคมเปญ โดยค่าเริ่มต้น กำหนดการจะใช้ **UTC-0 – Coordinated Universal Time** เลือกไทม์โซนอื่นหากคุณต้องการให้เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดเป็นไปตามเวลาท้องถิ่นที่ระบุ


### กำหนดค่าการจำกัดความถี่ (frequency capping)

ใน **FREQUENCY CAPPING** ให้เลือกหนึ่งตัวเลือก:

* **Use Global frequency capping**: ใช้การจำกัดความถี่ของช่องทาง In-App ทั่วโลกที่กำหนดค่าไว้ใน [การตั้งค่าการส่งข้อความ](/th/product/messaging-channels/global-frequency-capping/)
* **Send messages without global frequency capping**: ไม่สนใจขีดจำกัดการจำกัดความถี่ทั่วโลกสำหรับ In-App นี้
* **Use custom frequency capping**: ใช้ขีดจำกัดเฉพาะแคมเปญแทนเกณฑ์ทั่วโลก ข้อความยังคงนับรวมในตัวนับช่องทาง In-App ทั่วโลก

#### ตัวเลือกการจำกัดความถี่แบบกำหนดเอง

| | |
|---|---|
| **Limited to total impressions** | กำหนดจำนวนครั้งสูงสุดที่ผู้ใช้หนึ่งคนสามารถเห็น In-App นี้ได้ |
| **Limited to impressions in day(s)** | กำหนดจำนวน Impressions ที่อนุญาตในช่วงจำนวนวันที่เลือก |
| **Enable day(s) interval between impressions** | กำหนดช่วงเวลาขั้นต่ำระหว่าง Impressions ที่เกิดซ้ำสำหรับผู้ใช้หนึ่งคน |

<img src="/in-apps-sending-in-apps-22.webp" alt="การตั้งค่าการจำกัดความถี่แบบกำหนดเองพร้อมขีดจำกัดสำหรับ Impressions ทั้งหมด, Impressions รายวัน และช่วงเวลา"/>

#### การทำงานร่วมกันของการจำกัดความถี่แบบกำหนดเองและแบบโกลบอล

การจำกัดความถี่แบบกำหนดเองจะเพิ่มขีดจำกัดระดับแคมเปญ การจำกัดความถี่ของช่องทาง In-App ทั่วโลกยังคงมีผลและสามารถบล็อกการส่งได้

ตัวอย่างเช่น หากข้อความ In-App ถูกตั้งค่าให้ปรากฏ 5 ครั้งใน 3 วัน และการจำกัดความถี่ทั่วโลกสำหรับข้อความ In-App ก็คือ 5 ครั้งใน 3 วันเช่นกัน แต่ผู้ใช้ได้เห็นข้อความ In-App อื่นๆ ไปแล้ว 3 ข้อความ ข้อความเฉพาะนี้จะแสดงอีกเพียง 2 ครั้งก่อนที่จะถึงขีดจำกัดทั่วโลก [เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำกัดความถี่ทั่วโลก](/th/product/messaging-channels/global-frequency-capping/)
## ตรวจสอบและตั้งค่าให้เสร็จสิ้น

ในขั้นตอน **Review** ให้ตรวจสอบการตั้งค่าแคมเปญทั้งหมดก่อนเปิดใช้งาน

1. ตรวจสอบ **Content**, **Target users**, **Trigger event** และ **Display settings**
2. ตรวจสอบตัวอย่างบนมือถือทางด้านขวา
3. หากจำเป็น ให้คลิก **CHANGE OPTIONS** ในส่วนใดก็ได้เพื่อแก้ไขการตั้งค่า

<img src="/in-apps-sending-in-apps-23.webp" alt="ขั้นตอนการตรวจสอบพร้อมส่วนสรุปแคมเปญ, ลิงก์เปลี่ยนตัวเลือก, ตัวอย่าง และปุ่ม Complete setup"/>

4. คลิก **Complete setup**
5. เลือก **Launch campaign** เพื่อเปิดใช้งานแคมเปญ หรือ **Save as draft** เพื่อบันทึกการตั้งค่าโดยไม่เปิดใช้งาน

ในหน้าต่าง **Confirm launching** ให้ยืนยันรายละเอียดและคลิกการดำเนินการที่คุณเลือก

หลังจากเปิดใช้งาน แคมเปญจะปรากฏในรายการ **Instant in-apps** พร้อมสถานะปัจจุบัน เช่น **Scheduled**
หากคุณบันทึกแคมเปญเป็นฉบับร่าง แคมเปญจะปรากฏในรายการเดียวกันพร้อมสถานะ **Draft**

## ดูและจัดการแคมเปญ Instant in-app

ไปที่ **Campaigns → Instant in-apps** เพื่อค้นหาแคมเปญ, ตรวจสอบประสิทธิภาพ และแก้ไข, คัดลอก, กลับมาทำงานต่อ หรือลบออกจากรายการเดียว

ใช้ **Search by name or code...** เพื่อค้นหาแคมเปญตามชื่อหรือรหัสข้อความ หรือกรองรายการตาม **All**, **Active**, **Scheduled**, **Stopped**, **Draft** หรือ **Completed**

### ติดตามแคมเปญของคุณ

ใช้ตารางเพื่อตรวจสอบว่าแคมเปญกำลังทำงานอยู่หรือไม่และมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร คลิกที่ชื่อแคมเปญหรือลูกศรเพื่อเปิดดูรายละเอียด

* **Status:** สถานะปัจจุบันของแคมเปญ แคมเปญที่ **Stopped** จะแสดงเวลาที่หยุดด้วย (ตัวอย่างเช่น **Stopped on 27 May 2026**)
* **Impressions:** จำนวนครั้งที่ผู้ใช้เห็น In-App
* **Interactions:** จำนวนครั้งที่ผู้ใช้โต้ตอบกับ In-App
* **Audience:** จำนวนอุปกรณ์ของผู้ใช้ที่ In-App ถูกแสดง (การเข้าถึง) ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
* **Preview:** เลื่อนเมาส์ไปที่ไอคอนรูปตาเพื่อดูตัวอย่างข้อความ In-App โดยไม่ต้องเปิดตัวช่วยสร้าง

<img src="/in-apps-sending-in-apps-28.webp" alt="ตาราง Instant in-apps แสดงคอลัมน์ Status, Impressions, Interactions, Audience และไอคอนดูตัวอย่าง"/>

### ดำเนินการกับแคมเปญ

คลิกที่ **เมนูสามจุด (⋮)** บนแถวเพื่อเปิดเมนูการดำเนินการ การดำเนินการที่ใช้ได้จะขึ้นอยู่กับสถานะของแคมเปญ

* **View statistics:** เปิดเมตริกการส่งและการมีส่วนร่วมสำหรับแคมเปญ
* **Edit campaign:** เปิดตัวช่วยสร้างแคมเปญและเปลี่ยนเนื้อหา, ผู้ใช้เป้าหมาย หรือการตั้งค่าการแสดงผล
* **Clone campaign:** สร้างสำเนาที่มีครีเอทีฟ, trigger event, audience และการตั้งค่าการแสดงผลเหมือนกัน ปรับการตั้งค่าในตัวช่วยสร้าง จากนั้นเปิดใช้งานหรือบันทึกสำเนาเป็นฉบับร่าง
* **Resume campaign:** เปิดใช้งานแคมเปญที่หยุดไปแล้วอีกครั้งเพื่อให้สามารถส่ง In-App ได้อีก
* **Change schedule:** ปรับวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดสำหรับแคมเปญที่เสร็จสิ้นแล้ว
* **Stop campaign:** สิ้นสุดแคมเปญที่กำลังทำงานหรือกำหนดเวลาไว้ คุณสามารถอัปเดตและเปิดใช้งานใหม่ได้ในภายหลัง
* **Delete:** ลบแคมเปญอย่างถาวร การดำเนินการนี้ไม่สามารถยกเลิกได้ หยุดแคมเปญก่อนหากยังคงทำงานหรือกำหนดเวลาอยู่

## สถานการณ์ตัวอย่าง: การส่งข้อความ In-App โดยใช้แคมเปญ In-App

สมมติว่าคุณดูแลแอปค้าปลีกแฟชั่นและต้องการเพิ่ม Conversion ด้วยส่วนลดแบบจำกัดเวลาเมื่อผู้ใช้มีส่วนร่วมกับ push notifications คุณตั้งค่าแคมเปญ Instant in-app สำหรับผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่ในสหรัฐอเมริกา

### เตรียมข้อความ In-App

[**สร้างเทมเพลต In-App**](/th/product/content/in-apps/no-code-in-app-editor/create-rich-media-in-the-built-in-editor/) พร้อมข้อเสนอส่วนลดและปุ่ม CTA ที่นำไปสู่หน้าชำระเงิน

<img src="/in-apps-sending-in-apps-24.webp" alt="ตัวอย่างเทมเพลต In-App พร้อมข้อความส่วนลดและปุ่ม CTA"/>

### กำหนดค่าผู้ใช้เป้าหมาย

เลือก `PW_NotificationOpen` เป็นตัวกระตุ้นเพื่อจับผู้ใช้ในช่วงที่มีความตั้งใจสูงสุด คือทันทีหลังจากที่พวกเขามีส่วนร่วมกับ push เปิดใช้งาน **Match users by behavior** และจำกัดเฉพาะผู้ใช้ที่กระตุ้น Event หนึ่งครั้งใน 5 วันที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ Audience เป็นผู้ที่ใช้งานล่าสุดโดยไม่กว้างเกินไป เลือก `Active Users` เป็น Segment พื้นฐาน

<img src="/in-apps-sending-in-apps-25.webp" alt="ตัวอย่างการตั้งค่าผู้ใช้เป้าหมายพร้อม trigger event, ฟิลเตอร์พฤติกรรม และ Segment ที่มีอยู่"/>

### กำหนดค่าการแสดงผล

ตั้งค่าวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดเพื่อให้แคมเปญมีระยะเวลาจำกัด ตั้งค่าการจำกัดความถี่เป็น 1 impression ต่อวัน โดยมีช่วงห่าง 1 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อความรู้สึกรบกวนหากผู้ใช้เปิด push notifications หลายครั้งในระยะเวลาสั้นๆ

<img src="/in-apps-sending-in-apps-26.webp" alt="ตัวอย่างการตั้งค่าการแสดงผลพร้อมวันที่กำหนดเวลาและขีดจำกัดการจำกัดความถี่แบบกำหนดเอง"/>

### ตรวจสอบและตั้งค่าให้เสร็จสิ้น

ในขั้นตอน **Review** ให้ตรวจสอบการตั้งค่าทั้งหมด คลิก **Complete setup** และเลือก **Launch campaign**

<img src="/in-apps-sending-in-apps-27.webp" alt="ตัวอย่างขั้นตอนการตรวจสอบพร้อมส่วนสรุปและปุ่ม Complete setup"/>