# การผสานรวมกับ Shopify

## ภาพรวมการผสานรวม

Pushwoosh ผสานรวมกับ Shopify ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้าง จัดการ และขยายร้านค้าออนไลน์ได้อย่างราบรื่น คู่มือนี้จะแนะนำคุณตลอดขั้นตอนการติดตั้งและกำหนดค่าแอป Pushwoosh ในร้านค้า Shopify ของคุณ การตั้งค่าการระบุตัวตนผู้ใช้ และการใช้การแจ้งเตือนและเครื่องมืออัตโนมัติเพื่อดึงดูดลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น push, email, SMS และ WhatsApp
### ประเภทการผสานรวม

- **ปลายทาง (Destination)**: Shopify ส่งข้อมูลลูกค้าไปยัง Pushwoosh ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายและการส่งข้อความ

### ข้อกำหนดเบื้องต้น

* [บัญชี Pushwoosh](https://www.pushwoosh.com/)
* สิทธิ์เข้าถึงแผงผู้ดูแลระบบ Shopify ของคุณ
* [Device API Access Token](/th/developer/api-reference/api-access-token/#device-api-token) และ **Application Code** ของ Pushwoosh
* ร้านค้า Shopify ที่มีข้อมูลลูกค้าและคำสั่งซื้อ

### เอนทิตีที่ซิงโครไนซ์

* **ลูกค้า**: ใช้เพื่อกำหนดและระบุ Pushwoosh UserIDs ผ่าน Shopify metafields

<Aside>
##### แนวทางการซิงโครไนซ์ลูกค้าใน Pushwoosh

เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค Pushwoosh มีวิธีการซิงโครไนซ์ลูกค้าหลายวิธี ขึ้นอยู่กับช่องทางการสื่อสารที่ใช้สำหรับการแจ้งเตือน:

* **Email, Web, SMS & WhatsApp**: อุปกรณ์/ผู้ใช้จะถูกลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน Pushwoosh โดยอัตโนมัติ
* **Mobile & Desktop Apps**: อุปกรณ์/ผู้ใช้สามารถซิงโครไนซ์ได้ด้วยตนเองผ่านแผงผู้ดูแลระบบของ Pushwoosh และ Shopify
* **Web Platforms (Chrome, Firefox, Safari)**: อุปกรณ์/ผู้ใช้จะถูกจัดการโดยส่วนขยายธีมของ Shopify เอง

##### มันทำงานอย่างไร?
กระบวนการซิงโครไนซ์ทำงานดังนี้:

1. ระบบจะพยายามดึงเซสชันผู้ใช้ปัจจุบันเพื่อรับอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ (ตัวระบุที่ทำงานได้โดยไม่ต้องกำหนดค่าเพิ่มเติม)
2. หากสำเร็จ อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์จะถูกตั้งค่าเป็นตัวระบุ `userID` สำหรับทั้ง Pushwoosh และคุณสมบัติ `pushwoosh_userid` ในข้อมูลลูกค้า
3. หากไม่สามารถทำได้ `userID` เริ่มต้นของ Pushwoosh SDK จะถูกกำหนดเป็นตัวระบุสำหรับทั้ง Pushwoosh และคุณสมบัติ `pushwoosh_userid`
4. ไม่ว่าในกรณีใด `userID` จะถูกกำหนดทั้งสองฝั่ง เพื่อให้แน่ใจว่าการซิงโครไนซ์มีความสอดคล้องกัน

</Aside>

* **กลุ่มลูกค้า (Customer segments)**: ใช้สำหรับการกำหนดเป้าหมายและการส่งข้อความตามกลุ่ม
* **เหตุการณ์และทริกเกอร์ (Events and triggers)** (เช่น การสั่งซื้อ, การติดแท็ก): ใช้ใน Shopify Flow เพื่อทำให้การส่งข้อความข้ามช่องทางเป็นไปโดยอัตโนมัติ
* **หน้าร้าน (Storefront)**: ใช้สำหรับการรับการยินยอม (opt-ins) web push ผ่านสคริปต์ที่ฝังไว้

### อภิธานศัพท์ (การจับคู่ชื่อเอนทิตีหากแตกต่างกัน)

| **Shopify**   <div style="width:150px"></div>               | **Pushwoosh**      <div style="width:150px"></div>                                         |
| -------------------------- | --------------------------------------------------------- |
| Customer                   | UserID           |

## การทำงานของการผสานรวม

Pushwoosh ทำหน้าที่เป็นปลายทางการส่งข้อความสำหรับ Shopify เมื่อผสานรวมแล้ว Shopify จะส่งข้อมูลลูกค้าและพฤติกรรมไปยัง Pushwoosh ซึ่งจะขับเคลื่อนการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ การแบ่งกลุ่มลูกค้า และการส่งข้อความส่วนบุคคลข้ามช่องทาง

### องค์ประกอบหลักของการผสานรวม

1. **การระบุตัวตนลูกค้าผ่าน metafields**
    ลูกค้า Shopify แต่ละรายจะได้รับ `UserID` ที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งจัดเก็บไว้ใน metafield (`custom.pushwoosh_userid`) ID นี้ช่วยให้ Pushwoosh สามารถจดจำและส่งข้อความถึงผู้ใช้ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์ม

2. **ระบบอัตโนมัติตามเหตุการณ์ผ่าน Shopify Flow**
    Pushwoosh มีการดำเนินการของ Flow ที่ช่วยให้คุณสามารถส่งข้อความ (push, email, SMS, WhatsApp) โดยอัตโนมัติตามเหตุการณ์ของ Shopify เช่น:

   * มีการสั่งซื้อใหม่
   * มีการติดแท็กให้กับลูกค้า
   * การละทิ้งตะกร้าสินค้า

3. **การกำหนดเป้าหมายตามกลุ่ม (Segment-based targeting)**
    กลุ่มลูกค้าจาก Shopify สามารถใช้เพื่อส่งการแจ้งเตือนเฉพาะกลุ่มข้ามช่องทางได้ เช่น โปรโมชันสำหรับผู้ซื้อครั้งแรก หรือแคมเปญกระตุ้นการกลับมาใช้งานสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีการใช้งาน

4. **การส่งข้อความด้วยตนเองและแบบเรียลไทม์**
    จากมุมมองลูกค้าหรือกลุ่มใน Shopify คุณสามารถส่งการแจ้งเตือนด้วยตนเองโดยใช้ส่วนขยายของ Pushwoosh:

   * **Notification by Customer**: สำหรับการติดตามผลส่วนตัวหรือการทดสอบ
   * **Notification by Segment**: สำหรับข้อความตามแคมเปญ

### การแจ้งเตือน Web push ผ่านการฝังในหน้าร้าน
ด้วยการเปิดใช้งานการฝัง Pushwoosh ในธีม Shopify ของคุณ คุณสามารถแจ้งให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เลือกรับการแจ้งเตือน push ผ่านเบราว์เซอร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีแอปบนมือถือ

#### ภาพรวมการไหลของข้อมูล

```
ข้อมูลลูกค้าและเหตุการณ์ของ Shopify
         ↓
Pushwoosh API (ผ่านแอป)
         ↓
UserID → การแบ่งกลุ่ม → การแจ้งเตือนที่ถูกทริกเกอร์หรือด้วยตนเอง
```
การผสานรวมนี้ช่วยให้คุณสามารถส่งข้อความที่ทันเวลาและเกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยปรับปรุงการรักษาผู้ใช้ เพิ่มคอนเวอร์ชัน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า—ไม่ว่าจะโดยอัตโนมัติหรือตามความต้องการ

## ส่วนที่ 1 การติดตั้ง

### เข้าสู่ระบบ Shopify

1. ไปที่ [Shopify Admin](https://admin.shopify.com/)
2. เลือกร้านค้าของคุณจากแดชบอร์ด

<Aside>คู่มือนี้ถือว่าคุณมีบัญชี Pushwoosh อยู่แล้ว หากยังไม่มี [สร้างบัญชี](https://www.pushwoosh.com/)</Aside>


### ติดตั้งแอป Pushwoosh

1. ไปที่ [หน้า Pushwoosh App Store](https://apps.shopify.com/pushwoosh-notifications)
2. คลิก **Install**
![ติดตั้งแอป Pushwoosh](/integrations-shopify-integration-19.webp)
3. ยืนยันการติดตั้งในกล่องโต้ตอบของ Shopify
![ยืนยันการติดตั้ง](/integrations-shopify-integration-1.webp)

### เชื่อมต่อแอป Pushwoosh ของคุณ

หลังจากการติดตั้ง คุณจะถูกนำไปยังแอป Pushwoosh ภายใน Shopify

1. คลิก **Connect**

![คลิกปุ่ม Connect](/integrations-shopify-integration-22.webp)

2. ป้อน **Application Code** และ [Device API Access Token](/th/developer/api-reference/api-access-token/#device-api-token) ซึ่งคุณสามารถหาได้ใน **Pushwoosh Control Panel → Settings → API Access**

![เชื่อมต่อแอป Pushwoosh ของคุณ](/integrations-shopify-integration-2.webp)

เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ข้อความแสดงความสำเร็จจะปรากฏขึ้น: "Pushwoosh app connected."

![แอป Pushwoosh เชื่อมต่อแล้ว](/integrations-shopify-integration-3.webp)

### สมัครสมาชิกแผน

1. คลิก **Upgrade Subscription**
2. แผนตามการใช้งานเพียงแผนเดียวจะปรากฏขึ้น
3. ยืนยันการเรียกเก็บเงิน

![สมัครสมาชิกแผน](/integrations-shopify-integration-4.webp)


<Aside>จำเป็นต้องมีการเรียกเก็บเงินเพื่อใช้คุณสมบัติการส่งข้อความและการแบ่งกลุ่ม</Aside>

##  ส่วนที่ 2 การตั้งค่า: User ID ของลูกค้าผ่าน metafields

เพื่อส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ที่ระบุตัวตนได้ข้ามช่องทาง (push, email, SMS, WhatsApp) Pushwoosh จะใช้ **User ID** ที่ไม่ซ้ำกันสำหรับลูกค้าแต่ละราย Shopify จะเก็บค่านี้ไว้ใน **Customer metafields** ของ Shopify

1. ไปที่ **Settings → Metafields and metaobjects → Customers**

![เพิ่มคำจำกัดความ](/integrations-shopify-integration-6.webp)

2. คลิก **Add definition** และใช้ค่าเหล่านี้:

| Field                   | Value                    |
| ----------------------- | ------------------------ |
| Namespace and key       | custom.pushwoosh_userid |
| Namespace               | custom                   |
| Type                    | Single line text         |
| Validation              | None                     |
| Customer Account Access | Read and Write           |
| Storefront API Access   | Enabled                  |


![เพิ่มคำจำกัดความ](/integrations-shopify-integration-7.webp)
![เพิ่มคำจำกัดความ](/integrations-shopify-integration-9.webp)


<Aside type="caution" title="ทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญ">
metafield นี้เป็นตัวระบุผู้ใช้แบบถาวรข้ามอุปกรณ์มือถือ/เว็บสำหรับการแจ้งเตือนและการแบ่งกลุ่ม
</Aside>


## ส่วนที่ 3 การใช้ส่วนขยายของ Pushwoosh

Pushwoosh มีส่วนขยายของ Shopify สำหรับการกำหนดเป้าหมายตามกลุ่ม ระบบอัตโนมัติ (Flow) และการแจ้งเตือนเฉพาะลูกค้า

### ส่วนขยายที่ 1 ส่งการแจ้งเตือนตามลูกค้า

#### กรณีการใช้งาน

ส่งข้อความส่วนตัวหรือทดสอบการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ที่ต้องการด้วยตนเอง

#### ขั้นตอน

1. เปิด **Customers → Select a customer**  
2. คลิก **More actions → Notification by customer**  
![การแจ้งเตือนตามลูกค้า](/integrations-shopify-integration-10.webp)
3. เลือกแพลตฟอร์มการส่งข้อความ (เช่น Email) และ [พรีเซ็ตเนื้อหา](/th/product/content/push-presets/)
![กรอกแบบฟอร์ม](/integrations-shopify-integration-11.webp)
4. คลิก **Send**  


<Aside type="tip">
ใช้สิ่งนี้สำหรับการแจ้งเตือนหลังการซื้อ, การขอบคุณส่วนตัว, หรือการแจ้งเตือนเพื่อกระตุ้นการกลับมาใช้งาน
</Aside>

###  ส่วนขยายที่ 2 การแจ้งเตือนตามกลุ่ม

#### กรณีการใช้งาน

กำหนดเป้าหมายกลุ่มลูกค้า—ตะกร้าสินค้าที่ถูกละทิ้ง, ผู้ซื้อครั้งแรก, ผู้ใช้จ่ายสูง

#### ขั้นตอน

1. ไปที่ **Customers → Segments**

2. เลือกกลุ่ม → คลิก **Use Segment**

![ใช้กลุ่ม](/integrations-shopify-integration-12.webp)

3. เลือก **Notification by Segment**
![การแจ้งเตือนตามกลุ่ม](/integrations-shopify-integration-13.webp)
4. เลือกช่องทางการสื่อสารและพรีเซ็ตข้อความที่ต้องการ คลิก **Send**
![กรอกแบบฟอร์มข้อความ](/integrations-shopify-integration-14.webp)
<Aside type="tip">
สามารถสร้างกลุ่มตามประวัติการซื้อ, สถานที่, กิจกรรม, หรือแท็กได้
</Aside>


### ส่วนขยายที่ 3 Pushwoosh ใน Shopify Flow

#### กรณีการใช้งาน

ทำให้การส่งข้อความใน Customer Journey เป็นไปโดยอัตโนมัติโดยใช้ทริกเกอร์ เช่น คำสั่งซื้อ, แท็ก, หรือพฤติกรรม

#### ขั้นตอน

1. สร้าง Flow ใหม่ใน **Shopify Flow**
2. เพิ่มการดำเนินการ → เลือก **Pushwoosh notifications**

![การดำเนินการของ Pushwoosh flow](/integrations-shopify-integration-15.webp)

3. กำหนดค่าข้อความและฟิลด์แบบไดนามิก

![กำหนดค่าข้อความและฟิลด์แบบไดนามิก](/integrations-shopify-integration-16.webp)


ตัวอย่างเช่น:

* ส่งข้อความหลังจากมีการสั่งซื้อ

* เตือนผู้ใช้เมื่อตะกร้าสินค้าถูกละทิ้ง

* ส่ง push กระตุ้นการกลับมาใช้งานหลังจากไม่มีการใช้งาน 30 วัน

## ส่วนที่ 4 เปิดใช้งาน web push (ทางเลือกแต่แนะนำ)

เพื่อรองรับการแจ้งเตือน web push ผ่านเบราว์เซอร์บนหน้าร้านของคุณ ให้ทำดังนี้:

1. ไปที่ **Online Store → Themes → Customize**  
![ไปที่ Themes → Customize](/integrations-shopify-integration-17.webp)
2. เปิด **App Embeds** จากเมนูด้านซ้าย  
3. สลับ **Push Init Embed** เป็น ON

![สลับ Push Init Embed เป็น ON](/integrations-shopify-integration-18.webp)

<Aside type="note">
ตอนนี้ร้านค้าของคุณสามารถแจ้งให้ผู้ใช้เลือกรับ web push ได้โดยตรงจากหน้าร้าน
</Aside>


## สรุปกรณีการใช้งาน

| สถานการณ์ | เครื่องมือที่ใช้ |
| ----- | ----- |
| การติดตามผลแบบเฉพาะบุคคล | Notification by Customer |
| การแจ้งเตือนตะกร้าสินค้าที่ถูกละทิ้ง | Shopify Flow + Pushwoosh action |
| โปรโมชันตามกลุ่ม | Notification by Segment |
| ข้อความต้อนรับหลังสมัครสมาชิก | Flow + Metafield tracking |
| การเลือกรับ Push | Theme Embed + Push Init Toggle |